เยือนญี่ปุ่นครั้งนี้ เราไม่ได้หยุดแค่การชมงานแสดงเทคโนโลยีโลจิสติกส์
2026-09-24
1221
ช่วงต้นเดือนกันยายน ทีมออกแบบโซลูชัน ทีมโครงการ และทีมซอฟต์แวร์ของ STORIN พร้อมด้วยทีมศูนย์ปฏิบัติการในญี่ปุ่น ได้ร่วมเยี่ยมชมงานแสดงเทคโนโลยีโลจิสติกส์ที่ประเทศญี่ปุ่น
เดิมที การเดินทางครั้งนี้มุ่งเน้นการเยี่ยมชมงานแสดงเทคโนโลยีโลจิสติกส์ การหารือความต้องการของลูกค้า และการส่งมอบโครงการ แต่ตลอดหลายวันของการเดินทาง ทีมงานยังได้สัมผัสประสบการณ์ที่น่าสนใจจากหน้างานจริงสามรูปแบบ:
จุดแรก คืองานแสดงเทคโนโลยีโลจิสติกส์ เพื่อสำรวจว่าอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
จุดที่สอง คือคลังสินค้าของลูกค้า เพื่อทำความเข้าใจความต้องการที่แท้จริงในการปฏิบัติงาน
จุดที่สาม คือโครงการที่เปิดใช้งานจริงแล้ว เพื่อดูว่าโซลูชันที่นำไปใช้สร้างผลลัพธ์อย่างไร
แม้ทั้งสามจุดจะดูแยกจากกัน แต่กลับเชื่อมโยงให้เห็นแนวทางการพัฒนาคลังสินค้าอัจฉริยะของ STORIN อย่างครบถ้วน ตั้งแต่การมองทิศทางอุตสาหกรรม การเข้าใจความต้องการของลูกค้า ไปจนถึงผลลัพธ์จากการใช้งานจริง
สำรวจทิศทางอุตสาหกรรม ผ่านงานแสดงเทคโนโลยีโลจิสติกส์ในญี่ปุ่น
งานแสดงเทคโนโลยีโลจิสติกส์ในญี่ปุ่นช่วงต้นเดือนกันยายน เป็นจุดแรกของการเดินทางครั้งนี้
สำหรับทีม STORIN การเยี่ยมชมงานไม่ได้มีเพียงการสำรวจอุปกรณ์หรือหุ่นยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวในปีนี้เท่านั้น เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จัดแสดง ตั้งแต่อุปกรณ์คลังสินค้าและหุ่นยนต์โลจิสติกส์ ไปจนถึงระบบปฏิบัติงานอัตโนมัติและระบบซอฟต์แวร์ ล้วนสะท้อนคำตอบของคำถามเดียวกัน นั่นคือ:
· เมื่อการดำเนินงานคลังสินค้ามีความซับซ้อนมากขึ้น ระบบโลจิสติกส์กำลังพัฒนาอย่างไรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ?
· เทคโนโลยีใดกำลังก้าวจากแนวคิดสู่การใช้งานจริง และการเปลี่ยนแปลงใดกำลังส่งผลต่อการทำงานในคลังสินค้าอย่างแท้จริง?

▲ เยี่ยมชมงานแสดงเทคโนโลยีโลจิสติกส์ในญี่ปุ่น สัมผัสเทคโนโลยีและแนวโน้มการประยุกต์ใช้งานในอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด
เจาะลึกคลังสินค้าของลูกค้า สัมผัสโจทย์การทำงานจริงที่มากกว่าสิ่งจัดแสดง
หลังจากออกจากงานแสดงเทคโนโลยี ทีมงานได้เข้าเยี่ยมชมคลังสินค้าของลูกค้าในญี่ปุ่น
ที่นี่ไม่มีการสาธิตตามแบบแผนเหมือนในบูธจัดแสดง หรือเส้นทางการชมงานที่ออกแบบไว้อย่างพิถีพิถัน มีเพียงการปฏิบัติงานจริงที่เกิดขึ้นในทุกวัน:
· สินค้าจัดวางอย่างไร?
· พนักงานหยิบสินค้าอย่างไร?
· งานใดต้องทำซ้ำวันละหลายสิบหรือหลายร้อยครั้ง?
· จุดใดเป็นอุปสรรคต่อประสิทธิภาพการทำงาน?
· ขั้นตอนใดเพิ่มภาระทางร่างกายให้กับพนักงาน?
คำถามเหล่านี้จะมีคำตอบที่ชัดเจนขึ้น ก็ต่อเมื่อได้ลงพื้นที่และเห็นการทำงานจริงด้วยตนเอง
นี่คือบทบาทสำคัญของผู้บูรณาการระบบ (System Integrator) ไม่ใช่เพียงการนำอุปกรณ์เข้าไปติดตั้งในคลังสินค้า แต่ต้องเริ่มจากความต้องการในการดำเนินงาน แล้วเชื่อมโยงซอฟต์แวร์ อุปกรณ์ และกระบวนการทำงานหน้างานให้ทำงานร่วมกันได้อย่างแท้จริง

▲ ลงพื้นที่คลังสินค้าของลูกค้า เพื่อหาโอกาสปรับปรุงจากการปฏิบัติงานจริง
เพราะสำหรับผู้บูรณาการระบบ เมื่อลูกค้าบอกว่า “ต้องการนำระบบอัตโนมัติมาใช้” นั่นมักเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทำความเข้าใจความต้องการที่แท้จริง
ประเด็นสำคัญที่ต้องหาคำตอบให้ได้คือ:
· ทำไมจึงต้องนำระบบอัตโนมัติมาใช้?
· ขั้นตอนใดจำเป็นต้องปรับปรุงมากที่สุด?
· ควรปรับปรุงอย่างไร จึงจะเพิ่มประสิทธิภาพและช่วยให้พนักงานทำงานได้สะดวกขึ้นอย่างแท้จริง?
ระหว่างการเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งนี้ ทีมงานยังได้เห็นอีกหนึ่งคำตอบจากการใช้งานจริง
โครงการที่เปิดใช้งานจริง เปลี่ยนคำตอบให้เป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้
ระหว่างที่ทีมงานลงพื้นที่สำรวจตลาดญี่ปุ่น โครงการของลูกค้ารายหนึ่งในญี่ปุ่นก็เริ่มเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ
ลูกค้ารายนี้อยู่ในธุรกิจค้าปลีกอีคอมเมิร์ซ โดยมีสินค้าที่บริหารจัดการในคลังประมาณ 15,000 SKU
ด้วยจำนวน SKU ที่มากและความถี่ในการหยิบสินค้าที่สูง พนักงานหน้างานจึงต้องหยิบสินค้าและก้มตัวซ้ำ ๆ เป็นประจำตลอดวัน
โครงการนี้จึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงว่า “เครื่องจักรสามารถทำงานได้หรือไม่” แต่ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงรูปแบบการทำงานในคลังสินค้า เพื่อ:
ลดการก้มตัวซ้ำ ๆ ของพนักงาน และลดความสึกหรอของร่างกายจากการทำงานซ้ำต่อเนื่องในระยะยาว
พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดแยกสินค้า
หลังจากเปิดใช้งาน ประสิทธิภาพการคัดแยกสินค้าเพิ่มขึ้นประมาณ 80%

หน้างานโครงการที่นำระบบมาใช้งานจริง
จากการสำรวจเทคโนโลยีในงานแสดงสินค้า สู่การค้นหาปัญหาจากหน้างานของลูกค้า และนำโซลูชันไปใช้งานจริงเพื่อแก้ไขปัญหา ทั้งสามส่วนนี้เชื่อมโยงกันเป็นภาพรวมที่ครบถ้วนของการเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งนี้ของ STORIN
จาก “การมองเห็น” สู่ “ความเข้าใจ” และ “การนำไปใช้งานจริง”
การเยี่ยมชมงานแสดงเทคโนโลยี ช่วยให้เราเห็นความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในอุตสาหกรรม
การลงพื้นที่ของลูกค้า ช่วยให้เราเข้าใจความต้องการที่แท้จริงในการดำเนินธุรกิจ
ส่วนการนำโครงการไปใช้งานจริง คือการนำโซลูชันมาปรับใช้กับสภาพการทำงานจริง และพิสูจน์คุณค่าผ่านผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
สำหรับ STORIN คลังสินค้าอัจฉริยะจึงไม่ใช่เพียงการนำหุ่นยนต์ สายพานลำเลียง หรือระบบซอฟต์แวร์เข้าไปติดตั้งในคลังสินค้า
สิ่งสำคัญอย่างแท้จริงคือ:
การเริ่มต้นจากความเข้าใจธุรกิจและความต้องการในการดำเนินงาน แล้วเชื่อมโยงซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และกระบวนการทำงานหน้างานเข้าด้วยกัน เพื่อให้ระบบอัตโนมัติช่วยสนับสนุนการทำงานของบุคลากรและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับองค์กรได้อย่างแท้จริง
นี่คือสิ่งที่ทีมงานได้สัมผัสอย่างชัดเจนที่สุดจากการเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งนี้
เทคโนโลยีในงานแสดงสินค้ายังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับโจทย์ในคลังสินค้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
แต่ตั้งแต่การติดตามแนวโน้ม การทำความเข้าใจความต้องการ ไปจนถึงการออกแบบโซลูชันและส่งมอบโครงการ สิ่งที่มีคุณค่าเสมอคือ การนำเทคโนโลยีไปใช้ในสภาพการทำงานจริง เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริง
และในการเดินทางครั้งนี้ จากงานแสดงเทคโนโลยีโลจิสติกส์ในญี่ปุ่น สู่คลังสินค้าของลูกค้า และโครงการที่เปิดใช้งานแล้ว นี่คือเส้นทางที่ STORIN ได้ก้าวผ่านด้วยตนเอง
บ้าน